CAT จัดงาน CAT Network Showcase 2017 : Thailand 4.0 Let’s Rock

      พันเอก สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT นำคณะกรรมการและผู้บริหารให้การต้อนรับ ดร. พิเชษฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงาน “CAT Network Showcase 2017” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวความคิด Thailand 4.0 Let’s Rock  โดยเป็นงานเดียวที่รวมนวัตกรรมแห่งปีในยุคธุรกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ณ รอยัลพารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน  กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2560

 

 

 

 

CAT ผนึกกำลังภาครัฐ รุกวางโครงข่ายดิจิทัล เพื่อการสื่อสารแห่งโลกอนาคต

      พันเอก สรรพชัย หุวะนันทน์  กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการปรับตัวของธุรกิจในช่วงปีที่ผ่านมา และการเตรียมรับมือกับการทำธุรกิจในยุคดิจิทัล ซึ่งปัจจัยสำคัญ คือ ผู้ประกอบการจะต้องรู้เท่าทัน Business Trend ตั้งแต่ระดับโลก มาจนถึงระดับของอุตสาหกรรมเพื่อการวาง Business Model ที่เหมาะสม พร้อมไปกับการเรียนรู้เครื่องมือ / เทคโนโลยีทางการตลาดใหม่ๆ เพื่อนำมาปรับใช้ รวมถึงการสร้างองค์ความรู้เพื่อพัฒนาบุคลากรในองค์กรให้สามารถสนับสนุนแนวทางธุรกิจขององค์กรได้ ทั้งนี้ได้เปิดเผยถึงโครงการต่างๆ ที่ CAT ได้ดำเนินงานตลอดปีที่ผ่านมา และแผนงานในอนาคต ซึ่ง CAT รับมอบนโยบายดิจิทัลไทยแลนด์โดยตรงจากรัฐบาล เพื่อพัฒนาประเทศไทย เข้าสู่สังคมดิจิทัลอย่างแท้จริง

พัฒนา New S-Curve รองรับการสื่อสารขั้นสูง

      จากปริมาณแบนด์วิดท์รวมสำหรับการสื่อสารข้อมูลระหว่างประเทศของไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปี 2013-2017 เฉลี่ยปีละประมาณ 65%   โดย ณ สิ้นปี 59 ปริมาณความจุระหว่างประเทศทั้งหมด 3,554 Gbps ทั้งนี้ในปี 2017 มีแนวโน้มการเติบโตของการใช้งานผ่านระบบเคเบิลใต้น้ำที่จะสูงขึ้น โดยอีก 2-3 ปีข้างหน้าคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยกว่าปีละ 50% ซึ่งมีปัจจัยสำคัญมาจากความต้องการใช้งานแบนด์วิดท์ที่มากขึ้น โดยการส่งผ่านข้อมูลบนระบบเคเบิลใต้น้ำเป็นระบบที่รองรับการรับ-ส่งข้อมูลที่มีเสถียรภาพสูงสุด  ประกอบกับการปรับราคาระบบเคเบิลใต้น้ำ ที่สามารถทำให้เกิด Economy of Scale ได้  ทั้งนี้ยังแสดงให้เห็นว่า นอกเหนือจากแนวโน้มความต้องการใช้งาน แบนด์วิดท์ที่เพิ่มสูงขึ้นแล้ว ผู้ประกอบธุรกิจยังมีความต้องการในศักยภาพของระบบการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ CAT ได้เร่งพัฒนา New S-Curve สำหรับธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมประกอบด้วย

      New S-Curve สำหรับเทคโนโลยีการ Connectivity ซึ่งนอกเหนือจากเส้นทางรับส่งข้อมูลระหว่างประเทศผ่านระบบเคเบิลใต้น้ำเส้นต่างๆ  ที่ออกจากประเทศไทยส่งตรงไปยังทุกภูมิภาคของโลก รวมทั้งระบบเคเบิลภาคพื้นดินที่สามารถเชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน หรือการผ่านข้อมูลจากประเทศเพื่อนบ้านเชื่อมต่อระบบเคเบิลใต้น้ำไปทั่วโลกที่สนับสนุน New S-Curve ในเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม  เรายังได้พัฒนา  IoT Platform  ซึ่งนับเป็น New S-Curve ของแพลตฟอร์มการเชื่อมโยงอุปกรณ์เครือข่ายในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริงนั้น   โดย CAT ได้พัฒนาการให้บริการร่วมกับ SK Telecom ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการวางระบบ IoT ให้กับ Smart City ในประเทศเกาหลี อาทิ Busan Smart city  ด้วยเทคโนโลยี LoRa IoT Platform ที่สามารถประยุกต์สำหรับการเชื่อมโยงอุปกรณ์ IoT ผ่านเทคโนโลยี LoRaWAN หรือ Low Power Wide Area Network (LPWAN) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเชื่อมโยงในระยะไกลได้ดี ขณะที่ใช้พลังงานน้อย สื่อสารพร้อมกันได้หลายอุปกรณ์และมีค่าใช้จ่ายต่ำ ซึ่ง CAT ได้นำ LoRa IoT Platform มาพัฒนา โครงการ Smart City ภูเก็ต โดยมีบริการในช่วงเริ่มต้น อาทิ การตรวจวัดระดับน้ำ การควบคุมอุปกรณ์ระยะไกล การติดตาม / ตรวจจับพิกัดวัตถุและบุคคล  ซึ่ง Platform ดังกล่าวยังรองรับ   Add-on Function อื่นๆ ที่จะมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นในอนาคตได้อย่างสะดวก  และยังสามารถต่อยอดไปเพื่อการใช้งานในกลุ่มธุรกิจ / อุตสาหกรรมต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

      รุก “Digital Park Thailand” สร้างดิจิทัลฮับของภูมิภาค

      CAT ได้ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พัฒนาเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล บนพื้นที่ขนาด 700 ไร่ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ภายใต้ชื่อโครงการดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์ ซึ่งจะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ที่จะเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลของภูมิภาค ที่มุ่งเน้นให้เกิดการลงทุนเพื่อพัฒนาธุรกิจดิจิทัลและสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัล โดยจะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วนหลักๆคือ ศูนย์นวัตกรรมและดิจิทัล ศูนย์การวิจัยดิจิทัล และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

       Digital Park Thailand มีกำหนดเริ่มก่อสร้างในปี 2561 ภายในจะประกอบไปด้วยโซนต่าง ๆ 3 โซนด้วยกัน คือ 1) University 4.0 & Digital Academy เป็นโซนสำหรับการเรียนการสอนหลักสูตรเกี่ยวกับดิจิทัลโดยมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการจัดตั้งห้องปฏิบัติการร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคเอกชน  2) Digital Innovation Space เป็นโซนหลักสำหรับการลงทุนและการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านดิจิทัล 3) Living Space คือส่วนของที่พักอาศัย โรงแรม ห้างสรรพสินค้า และศูนย์กีฬา 

        การลงทุนในโครงการ Digital Park Thailand แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ประกอบไปด้วย 1) การลงทุนโดยรัฐบาลในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค 2) การลงทุนโดย CAT ในส่วนของระบบการสื่อสารโทรคมนาคม และ Data Center และ 3) การลงทุนโดยภาคเอกชน   โดยการดำเนินธุรกิจใน Digital Park Thailand จะได้รับสิทธิประโยชน์หลายด้าน เช่น สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี การให้บริการภาครัฐแบบ one stop service ความสะดวกในการขอ VISA และใบอนุญาตทำงานของชาวต่างชาติ

  พร้อมสนับสนุนภาครัฐ สู่ประเทศไทย 4.0

       CAT เรามีความใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเราได้มีส่วนร่วมในการให้คำปรึกษาและพัฒนาระบบ / นวัตกรรมไอทีให้กับหลายหน่วยงาน  เพื่อให้การพัฒนาระบบการให้บริการและการบริหารจัดการภาครัฐมีความก้าวล้ำสามารถสนับสนุนภาคธุรกิจและประชาชนได้อย่างมีศักยภาพมากขึ้น  โดยที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสให้บริการด้านเทคโนโลยีและไอทีเพื่อการบริหารจัดการในหน่วยงานภาครัฐต่างๆ อาทิ เช่น ระบบ Cloud Computing เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ, โครงข่ายดิจิทัลเพื่อการศึกษา, ระบบรักษาความปลอดภัยสาธารณะและ CCTV, ระบบการติดตามเรือประมง และการใช้งานสื่อสารข้อมูลและเสียงผ่านดาวเทียมจากเรือประมงในท้องทะเล ซึ่งยังคงมีอีกหลายโครงการที่จะมุ่งหน้าดำเนินการต่อไป

 

 

 

 

 

โชว์ศักยภาพครั้งยิ่งใหญ่

            การจัดงาน CAT Network Showcase ปีนี้  ส่วนของงานสัมมนา ได้รวบรวมสุดยอดผู้เชี่ยวชาญจากวงการ ไอทีมากมายที่จะมาให้ความรู้ในงาน อาทิ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ CAT,ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) , คุณศิวัตร เชาวรียวงษ์  อุปนายกสมาคมโฆษณาดิจิทัล ,คุณไมเคิล จิตติวาณิชย์ จาก Google Thailand เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ๆ อาทิ Blockchain , VR & AR for Business พร้อมอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีปี 2018 ก่อนใครอีกด้วย

          การจัดแสดงศักยภาพด้านโทรคมนาคมนั้น  CAT เน้นย้ำโซลูชั่นการใช้งานเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ  บนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่ง CAT ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับทุกกิจกรรม โดยได้รวมเอาโซลูชั่นด้านไอทีที่มีการพัฒนาบริการบน Infrastructure ประเภทต่างๆ จากหลากหลายบริการ ไม่ว่าจะเป็นบริการ CATdatacom ที่นำเสนอระบบโครงข่ายทั้งในและระหว่างประเทศ,การสาธิตการใช้งานระบบติดตามเรือประมง (VMS) และการบริหารสื่อสารข้อมูลและเสียงผ่านดาวเทียม CAT Inmarsat Fleet one ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้กับหลายธุรกิจแม้ในพื้นที่ห่างไกล ,การออกแบบระบบเครือข่ายองค์กรผ่านอินเทอร์เน็ต CAT Managed  VPN เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงให้กับธุรกิจ , ระบบบริหารจัดการดูแลร้านค้า igetPOS by CAT แอปพลิเคชั่นจัดการหน้าร้านที่สะดวก ใช้ง่าย พร้อมช่วยวิเคราะห์กลยุทธ์ ที่สามารถใช้ได้กับทุกธุรกิจ, บริการ IRIS Start up และ CAT data center ที่ตอบสนองความต้องการในธุรกิจทั้งขนาดกลางและขนาดย่อมกับการทำงานบนระบบและซอฟท์แวร์ผ่านคลาวด์ได้อย่างปลอดภัยในราคาย่อมเยา     ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐานธุรกิจขนาดเล็ก กลาง รวมไปถึงการใช้งานเครือข่ายระดับองค์กร

          สำหรับระบบรักษาความปลอดภัยบนเครือข่าย CAT Cyfence ได้นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ที่จะปกป้องการ  บุกรุกระบบเครือข่ายและเทคโนโลยีสารสนเทศของลูกค้าแบบ Real-time ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งทำให้ศูนย์ Security Operation Center ของ CAT ได้รับรางวัล Managed Security Service Provider of the Year (MSSP) มาอย่างต่อเนื่องถึง 2 ปีซ้อน (2016-2017)

        นอกจากนี้ยังมีโซลูชั่นสำหรับสมาร์ทไลฟ์ อาทิ การใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง C internet , การออกแบบเครือข่ายองค์กรผ่านอินเทอร์เน็ตเพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ ,บริการความบันเทิงแบบออนไลน์ C nema รวมไปถึงเทคโนโลยีการสื่อสารทางเสียงจาก CAT Voice ซึ่งสามารถใช้ทรัพยากรเครือข่ายอย่างคุ้มค่าด้วย CAT sip-connect, CAT hosted PBX , Link และ Fax2email พร้อมโปรโมชั่นจาก 4G my by CAT ในราคาสุดพิเศษ

        ความพิเศษอีกอย่างในปีนี้ คือ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ อาทิ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ,สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (ETDA) ,หน่วยงานเอกชน ตลอดจน พันธมิตรในวงการไอทีชื่อดังทั้งในและต่างประเทศ อาทิ Tree Pay, PCCW Global ,Cisco , Huawei SAP/Oasis ต่างมาร่วมนำเสนอนวัตกรรมดิจิทัลกันอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น หุ่นยนต์เทคโนโลยี AI ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจกับโปรแกรมการโต้ตอบอัจฉริยะ ,เทคโนโลยี 3D Printing ซึ่งได้สาธิตการขึ้นรูปเครื่องดนตรีที่สามารถใช้เล่นได้จริง และทดลองเทคโนโลยี VR สำหรับธุรกิจ รวมทั้งโซลูชั่น Golf Simulator ที่ผู้เข้าร่วมงานได้ทดลองออกรอบเสมือนจริง พร้อม Application นวัตกรรมด้านการเงินและภาษี อาทิ การสาธิตการใช้ Application e-tax Invoice ที่จะทำให้ไลฟ์สไตล์สะดวกสบายยิ่งขึ้น

       นอกจากนี้ เหล่า IT iDol ได้ยกทัพมานำเสนอความท้าทายในการพัฒนางานด้านเทคโนโลยี โดยทีม The Modder Thailand นำ Case Mod ที่ชนะเลิศการแข่งขัน CyberMods 24hrs. ประเทศไต้หวัน และ Case Mod  ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขัน CASE MOD WORLD SERIES 2017 มาจัดแสดงในงาน พร้อมโชว์การ Overclock จาก Overcloker [Audigy] ชั้นนำของประเทศไทย อีกด้วย